บทความล่าสุด

ใครที่ฝันถึงการได้เป็นเป็นเจ้าของฟาร์ม ที่มีท้องทุ่งหญ้าโล่งกว้าง ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ หลีกหนีจากความวุ่นวายในสังคมเมือง ควบม้าตัวเก่งหรือนั่งรถจิ๊ปออกตรวจตราบริเวณฟาร์มอย่างมีความสุข คงจะชอบแบบบ้านที่เราได้นำเสนอในวันนี้ . . แบบบ้านชั้นเดียวหลังนี้ตั้งอยู่ในเขตชนบททางตอนกลางของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นเขตที่มีความแตกต่างของอุณหภูมิค่อนข้างมากนั่นก็คือกลางวันจะค่อนข้างร้อนและตอนกลางคืนอากาศก็จะหนาวเย็น การออกแบบบ้านจึงต้องมีการคำนึงถึงสภาพอากาศที่ค่อนข้างแตกต่างกันนี้อย่างมาก . . . ด้วยการวางโครงสร้างให้เป็นบ้านประหยัดพลังงาน ผนังส่วนใหญ่จะใช้อิฐซึ่งมีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนในตอนกลางวัน และยังสามารถกักเก็บความอบอุ่นได้ในตอนกลางคืน ร่วมกับการใช้ผนังกระจกและหน้าต่างกระจกแบบกันความร้อน เพื่อต้องการรับแสดงสว่างจากธรรมชาติและยังเปิดรับลมธรรมชาติได้อีกด้วย . . การออกแบบและตกแต่งภายในที่จะเปลือยผนังให้เห็นการเรียงตัวของอิฐที่สวยงาม และยังมีการเจาะช่องเพดานเพื่อให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาภายในห้องตามแนวคิดของบ้านประหยัดพลังงาน บนดาดฟ้าของบ้านยังเป็นพื้นที่ของแผงโซล่าเซลล์เพื่อเก็บพลังงานสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน รวมไปถึงติดตั้งแผงความร้อนสำหรับน้ำอุ่นที่ใช้ในบ้านอีกด้วย . . . . . บ้านหลังนี้คงเป็นบ้านในฝันของใครหลายๆคนอย่างแน่นอน . ที่มา : aidlindarlingdesign
ปล่อยความวุ่นวายและพาจิตใจของคุณให้ล่องลอยไปกับสถานที่ที่สวยที่สุดในโลก ไปค้นหาสถาปัตยกรรมธรรมชาติแห่งสวรรค์เขตร้อนและเมืองหนาวแถบอาร์กติก สถานที่ที่เราจะแนะนำต่อจากนี้อาจเป็นสถานที่ให้คุณได้ปักหมุดรอและหาเวลาไปเยี่ยมชม แล้วคุณจะรู้สึกโชคดีขั้นสุดที่ได้สัมผัสกับความงามอันน่ามหัศจรรย์ของสถานที่เหล่านี้ . #1 เกาะคาไว, หมู่เกาะฮาวาย เกาะเขตร้อนแต่ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำฝนที่ตกลงมาให้สดชื่นเป็นสวรรค์แห่งการปีนเขา ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และดำน้ำ . #2 เกาะบอรา บอร่า, ประเทศเฟรนช์โปลินีเซีย ดินแดนโพ้นทะเลของประเทศฝรั่งเศสที่เคยมีลักษณะเป็นภูเขาไฟ แต่ภายหลังภูเขาไปทรุดตัวลงกลายเป็นแนวปะการัง ช่วยให้น้ำทะเลมีสีฟ้าใสบริสุทธิ์ . #3 ทุ่งนาหลงจี๋, ประเทศจีน หลงจี๋หรือที่แปลว่ากระดูกสันหลังของมังกรเป็นพื้นที่นาแบบขั้นบันไดสวยงามและคดเคี้ยวเหมือนหลังของมังกร ใครได้ไปสัมผัสต้องรู้สึกสดชื่นอย่างแน่นอน . #4 น้ำตกวิกตอเรีย, ประเทศแซมเบีย น้ำตกวิกตอเรียตั้งอยู่บริเวณรอยต่อของประเทศแซมเบียและประเทศซิมบับเว ประมาณน้ำที่ตกจากหน้าผามีปริมาณถึง 1,088 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที . #5 แม่น้ำอเมซอน, ประเทศเปรู เป็นแม่น้ำสายหลักที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้มีพื้นที่เป็นป่าดงดิบและมีฝนตกตลอดทั้งปี แม่น้ำอเมซอนจึงมีความสำคัญต่อระบบนิเวศและหล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตที่แม่น้ำสายนี้ไหลผ่าน . #6 ภูเขาสายรุ้งตันเซี๋ย, ประเทศจีน สภาพดินฟ้าอากาศทำให้เกิดการสึกกร่อนที่สวยงามแปลกตาทั่วภูเขา สีสันที่น่าทึ่งนี้เป็นผลมาจากแร่ธาตุภายในหินภูเขาซึ่งมีทั้งสีแดง สีเขียว และสีเหลือง . #7 หาดไร่เลย์, ประเทศไทย หาดไร่เลย์เป็นสถานที่ชวนหลงใหลให้คุณได้พักผ่อน ดำน้ำ ปีนหน้าผาสำรวจถ้ำอันกว้างใหญ่ หรือว่ายน้ำไปยังเกาะเล็กๆ ใกล้เคียง . #8 ปราสาทนอยชวานสไตน์, ประเทศเยอรมัน ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาที่รายล้อมด้วยวิวที่สวยงามของเทือกเขาแอลป์และเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างปราสาทเจ้าหญิงนิทราให้กับสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ สถานที่นี้ยังเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเงียบสงบและความสันโดษ . #9 แสงเหนือ, ประเทศไอซ์แลนด์ ปรากฏการณ์แสงเหนือสีสันแห่งท้องฟ้าคือแสงออโรร่าที่ธรรมชาติสรรสร้างขึ้นมาอย่างงดงามเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต ด้วยความที่แสงเหนือเกิดขึ้นตามธรรมชาติจึงไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้นตอนไหน ดังนั้นคุณควรจะหาข้อมูลเพื่อไปชมแสงเหนือในช่วงที่มีโอกาสเกิดสูงที่สุดจะได้ไม่ไปเสียเที่ยว . #10 แอนตาร์กติกา แอนตาร์กติกาเป็นทวีปที่หนาาวที่สุด ลมแรงที่สุด และแห้งแล้งที่สุด พื้นที่เกือบทั้งหมดถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและที่นี่ยังเป็นบ้านของเพนกวินนับล้านตัวหลากหลายสายพันธุ์ . #11 อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน, สหรัฐอเมริกา เป็นอุทยานแห่งแรกของโลกและเก่าแก่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา หากคุณมีโอกาสนั่งรถเข้าไปจะพบกับสัตว์ป่าหลายชนิดที่อยู่ห่างจากคุณไม่เกิน 3 เมตร . #12 ฟยอร์ด, ประเทศนอร์เวย์ ฟยอร์ดคือช่องทางน้ำที่ยาวและแคบซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็งที่เคลื่อนลงสู่ทะเล จึงกลายเป็นช่องของหุบเขาที่สูงชัน . #13 เมืองเพตรา, ประเทศจอร์แดน วิหารหินแกะสลักโบราณสถาปัตยกรรมชิ้นเอกที่สร้างขึ้นภายในหน้าผาหิน ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้สถานที่แห่งนี้เป็นมรดกโลกและยังได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน...
คิดว่าคำตอบร้อยละเก้าสิบของคำถามนี้น่าจะเป็นคำตอบที่บอกว่าเคยเล่นมาแล้ว อาจจะไม่ต้องย้อนไปในวัยเด็กก็ได้ ทุกวันนี้หลายๆบ้านอาจจะมีชิงช้าเก๋ๆแขวนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่บ้านเอาไว้นั่งเล่นยามเย็นทุกวันอยู่ก็เป็นได้ การเล่นชิงช้าคงจะเป็นของเล่นรายการโปรดในสนามเด็กเล่นของใครหลายๆคน และเชื่อว่าในทุกวันนี้ถ้าใครได้มีโอกาสเห็นชิงช้าที่เคยเล่นตอนเด็กอีกครั้ง ก็คงอยากจะไปนั่งชิงช้าเล่นเพื่อย้อนระลึกถึงวัยเด็กกันอยู่บ้างเป็นแน่ แต่ชิงช้าที่นำมาให้ชมในวันนี้ไม่ได้เป็นชิงช้าที่อยู่ในสนามเด็กเล่นธรรมดาทั่วไป แต่มันเป็นชิงช้าที่ถูกเรียกว่า ชิงช้าที่สุดขอบโลก เนื่องจากมันเป็นชิงช้าที่ผูกติดกับต้นไม้ที่อยู่ริมขอบหน้าผา ในเมืองบานอส ประเทศเอกวาดอร์ และเรียกสถานที่นี้ว่า La Casa del Árbol หรือหมายถึงบ้านต้นไม้นั่นเอง เพราะบนต้นไม้ที่ชิงช้าแขวนอยู่จะมีบ้านต้นไม้เล็กๆอยู่ด้วยหนึ่งหลัง . . . โดยชิงช้าตัวนี้มีความสูง 2,600 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งเวลานั่งชิงช้าตัวนี้และแกว่งตัวออกไปคุณจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่กว้างไกวสุดลูกหูลูกตาทั้งด้านหน้าและด้านล่าง รวมไปถึงความตื่นเต้นและความน่ากลัวที่คงจะมาพร้อมๆกัน คงจะเป็นประสบการณ์ที่ไม่สามารถบอกต่อกันได้นอกจากจะได้สัมผัสด้วยตัวเอง . . . และแน่นอนว่าคุณจะต้องมีความกล้าเป็นอย่างมากในการที่จะเล่นชิงช้าตัวนี้ เพราะมันก็เป็นเพียงชิงช้าธรรมดาๆ ที่มีเพียงเชือกสองเส้นที่ผูกกับท่อนไม้สำหรับให้ผู้เล่นนั่ง และด้านบนก็ผูกกับแกนโลหะที่ต่อออกมาจากบ้านต้นไม้นั่นเอง และมันก็ไม่ได้มีระบบรักษาความปลอดภัยใด ๆ ให้กับผู้เล่นอีกด้วย คงเป็นชิงช้าที่วัดใจผู้เล่นมากที่สุดที่เคยเห็นมา แล้วคุณผู้อ่านกล้าเล่นกันมั้ยเอ่ย . . . ที่มา : Boredpanda
ปกติเวลาที่คนเราเข้าไปทำธุระในห้องน้ำในแบบถ่ายหนัก มีคำๆหนึ่งที่เราจะใช้เรียกการถ่ายหนักก็คือคำว่า ปลดทุกข์ ซึ่งก็คงเปรียบเหมือนกับเราได้ถ่ายของเสียที่ค้างอยู่ในร่างกายออกไปนั่นเอง โดยทั่วไปถ้าเราได้นั่งปลดทุกข์อยู่ในห้องน้ำที่บ้าน หรือที่คุ้นเคยเป็นประจำ หรือห้องน้ำต่างที่แต่สะอาดเราก็คงนั่งได้อย่างสบาย ถึงจะเป็นห้องน้ำขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็คงไม่ใช่ปัญหา แต่แบบห้องน้ำของเราในวันนี้อาจจะมีปัญหากับผู้คนส่วนใหญ่ก็เป็นได้ . แบบห้องน้ำนี้อาจจะทำให้ใช้คำว่าปลดทุกข์ไม่ได้ซะแล้ว เพราะถ้าเข้าไปใช้งานจริง ๆ อาจจะทำให้คุณทุกข์หนักยิ่งกว่าเดิมก็เป็นได้ เพราะห้องน้ำห้องนี้ได้ทำการสร้างพื้นห้องด้วยแผ่นกระจกที่มีลักษณะโปร่งใส มองทะลุพื้นได้ อีกทั้งยังเป็นห้องน้ำที่สร้างอยู่ชั้นบนสุดของช่องลิฟท์เก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้วซึ่งสูงถึง 15 ชั้น . ซึ่งนั่นจะทำให้คุณมองทะลุลงไปด้านล่างได้อย่างชัดเจนเพราะมีการติดไฟส่องลงไปยังด้านล่างอีกด้วย เห็นอย่างนี้แล้วถึงจะเป็นคนที่ไม่กลัวความสูงก็เถอะ ถ้าได้เข้าไปใช้งานจริง ๆ แล้วอาจจะต้องนั่งปลดทุกข์ แบบทุกข์ใจไปด้วยก็ได้ . ตึกแห่งหนึ่งของประเทศเม็กซิโก ที่ทำช่องลิฟท์ไว้แต่ไม่ได้ใช้งาน จึงเป็นโอกาสที่ทำให้ Hernandez Silva Arquitectos เกิดไอเดียออกแบบห้องน้ำสุดหวาดเสียวนี้ขึ้นมา โดยการสร้างห้องน้ำไว้ในช่องลิฟท์ชั้น 15 นั่นเอง แล้วใช้กระจกใสเป็นพื้นห้องน้ำ ซึ่งสามารถมองทะลุลงไปจนถึงชั้นล่างได้ และนอกจากนั้นยังรีโนเวทส่วนพักผ่อนด้านนอกให้หรูสุดๆอีกด้วย . . . . ที่มา : dailymail
เพราะเตียงนอนในรูปแบบที่เราใช้นอนกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน อาจจะดูธรรมดาเกินไปซะแล้วสำหรับใครบางคน จึงได้มีการสร้างสรรค์ รูปแบบเตียงนอนใหม่ ๆ ขึ้นมาอย่างหลากหลาย วันนี้ได้รวบรวมเตียงนอน 9 แบบสุดแปลก ที่อาจจะทำให้คุณผู้อ่านอยากกระโดดลงไปนอน เพื่อสัมผัสความแปลกเหล่านั้นก็เป็นได้ จะเป็นเตียงแบบไหนบ้างเราลองไปดูกันเลย . เตียงนอนที่ออกแบบให้เป็นรูปคนนอนตะแคง ก็อย่างที่เห็นในภาพว่าคงจะต้องนอนตะแคงอยู่ท่าเดิมทั้งคืนแน่ ๆ แล้วก็อย่าพลิกตัวเชียวล่ะ . เตียงนอนรูปทรงรังนก หากลองลงไปนอนดูแล้วอาจจะรู้สึกเหมือนลูกนกที่กำลังรอแม่นกมาป้อนอาหารอยู่ก็ได้ . เตียงนอนแฮมเบอร์เกอร์ คนออกแบบคงชอบทานแฮมเบอร์เกอร์เป็นพิเศษ หรือไม่ก็คงจะเป็นเจ้าของร้านแฮมเบอร์เกอร์แหง ๆ เลย . เตียงนอนตู้ปลา จะให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเงือกที่นอนอยู่ใต้ทะเลด้วยมั้ยเนี่ย . เตียงนอนนิตติ้ง เตียงใหญ่ขนาดนี้ ไม่รู้ว่าต้องใช้คนช่วยถักกี่คนกันเนี่ย . เตียงนอนแบบยืนนอน อยากรู้จริง ๆ เลยว่า จะนอนหลับได้ทั้งคืนหรือเปล่า . เตียงนอนลูกบอลปรับเปลี่ยนได้ เป็นเตียงที่ใช้ลูกบอลนุ่ม ๆ มาผูกต่อกัน และสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบเตียงได้ เป็นเตียงที่อยากได้ซักอันเลยจริง ๆ . เตียงนอนแคปซูล ออกแบบมาให้รองรับสรีระการนอนให้ถูกต้อง นัยว่าจะช่วยไม่ให้ปวดหลังตอนนอนได้นั่นเอง . เตียงนอนเปลโยก พลิกตัวทีคงได้นอนโยกไปโยกมาทั้งคืนแน่ ๆ เลย . ที่มา : Pinterest